นิวตร้าซูติคอล (Nutraceutical)

ย้อนกลับไปนับพันปี ที่มนุษย์เราได้สะสมองค์ความรู้เกี่ยวกับอาหารการกิน เรารู้จักที่จะกินอาหารบางอย่าง และหลีกเลี่ยงไม่กินอาหารบางอย่างในบางเวลา ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับสุขภาพ องค์ความรู้ที่เกี่ยวกับการใช้อาหารเพื่อป้องกันรวมไปถึงรักษาโรค ได้ถูกรวบรวมและพัฒนามาตลอดระยะเวลาหลายพันปี จนในปัจจุบันเราเรียกผลผลิตของวิทยาศาสตร์แบบนี้ว่า นิวตร้าซูติคอล ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ถูกบัญญัติขึ้นในปี 1989 โดย Stephen L. DeFelice ผู้ก่อตั้ง The Foundation of Innovation Medicine ซึ่งคำว่านิวตร้าซูติคอลนั้นมาจากการผสมคำระหว่าง “nutrition” และ “pharmaceutical” จุดมุ่งหมายก็คือการเรียนรู้เกี่ยวกับความลับของธรรมชาติที่มีอยู่ในอาหาร หรือที่เราเรียกว่า ซุปเปอร์ฟู้ด (Super Food) เพื่อที่จะเสาะแสวงหาอาหารที่เป็นคำตอบสำหรับการมีสุขภาพที่ดีและยั่งยืนตลอดไป

นิวตร้าซูติคอล เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า โภชนเภสัช หรือ โภชนบำบัด

นิวตร้าซูติคอล
นิวตร้าซูติคอล

แซนโทน (Xanthones)

ในช่วงเวลาที่ไม่ห่างกันนัก ได้มีการค้นพบครั้งสำคัญทางด้านนิวตร้าซูติคอล เกี่ยวกับสารประกอบตามธรรมชาติชนิดหนึ่ง จากราชินีแห่งผลไม้ โดยมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ได้ทำการวิจัยศึกษาเกี่ยวกับมังคุดและสารสกัดจากผลมังคุดเนื่องจากพบว่ามีหลักฐานการใช้ผลมังคุดเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ในตำรับยาพื้นบ้านหลายขนานมาอย่างยาวนาน ผลลัพท์จากงานวิจัยเหล่านั้นทำให้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสารประกอบตามธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายวงแหวน 3 วงเกาะเกี่ยวกัน ซึ่งต่อมารู้จักกันในชื่อ แซนโทน (Xanthones) และจากการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เหล่านักวิทยาศาสตร์ จากทั่วโลกได้ค้นพบและเรียนรู้ว่ายังมีสารประกอบแซนโทนที่มีอนุพันธ์ย่อยอีกเป็นจำนวนมากอยู่ในผลมังคุด และด้วยความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ ความลับของสารประกอบแซนโทนที่ถูกซ่อนไว้จึงถูกเปิดเผย และแทบไม่น่าเชื่อว่าสารประกอบแซนโทนจะมีสรรพคุณที่เรียกได้ว่าอัศจรรย์ในด้านที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ เช่น

Xanthone
Xanthone

1. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีความสามารถมากที่สุดกลุ่มหนึ่งในปัจจุบัน เนื่องจากแซนโทนที่พบมีทั้งกลุ่มที่ละลายน้ำได้ (ไฮโดรไลเซเบิ้ล) และสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดไปกับส่วนที่เป็นน้ำของเลือด (พลาสมา) เข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว ออกฤทธิ์เกือบจะทันที และยังมีแซนโทนในกลุ่มที่ไม่ละลายน้ำ (นอน-ไฮโดรไลเซเบิ้ล) ที่สามารถละลายไปกับโมเลกุลเล็ก ๆ ของไขมันและดูดซึมสู่ร่างกายเข้าไปลึกถึงระดับเซลล์และทำให้ออกฤทธิ์ได้ยาวนานขึ้น นี่จึงเป็นผลผลิตที่แสนมหัศจรรย์จากธรรมชาติอย่างแท้จริง ผลลัพท์ก็คือเราสามารถที่จะใช้คุณสมบัติเหล่านั้นเพื่อปกป้องร่างกาย และลดอุบัติการของโรคเสื่อมที่เกิดขึ้นอย่างมากมายในปัจจุบันได้ ด้วยการเข้าไปแก้ไขที่สาเหตุของโรคและอาการเหล่านั้น นั่นคือการลดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นภายในร่างกายอย่างได้ผลจากคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่ยอดเยี่ยมของแซนโทนนั่นเอง

2. แซนโทนมีคุณสมบัติในการยับยั้งการอักเสบในร่างกายอย่างทรงประสิทธิภาพ นั่นทำให้ผู้ป่วย โรคหลอดเลือด หัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และอีกหลายโรคร้ายแรงในปัจจุบันที่เกิดจากอาการอักเสบของระบบไหลเวียนเลือด ข้อต่อ และอื่นๆ Xanthones เป็นหนึ่งในสารที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบที่ดีมาก จึงถูกเลือกใช้ให้เป็นอาหารที่ช่วยลดโอกาสที่จะเกิดอาการหัวใจล้มเหลว อันเนื่องมาจากเส้นหลอดเลือดหลักที่ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบตัน คุณสมบัติในข้อนี้นับว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สามารถพบได้ยากมากในสารประกอบตามธรรมชาติทั่วไป

3. แซนโทนมีคุณสมบัติในการลดอาการภูมิแพ้ ซึ่งนั่นก็จะช่วยให้คนนับล้านทั่วโลก มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก

4. แซนโทนมีสรรพคุณเป็นสารแอนตี้ไบโอติค ที่น่าทึ่งคือ แซนโทนสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราบางชนิด และยังช่วยลดการทำลายของเชื้อไวรัสบางชนิดได้ดี ซึ่งคุณสมบัติต่าง ๆ เหล่านี้ สามารถสร้างความตื่นเต้นให้กับนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกให้หันมาสนใจได้ และเชื่อว่ายังมีความลับเกี่ยวกับคุณสมบัติมหัศจรรย์ของแซนโทนที่รอคอยการค้นพบอยู่อีกมากมาย

5. ในปัจจุบัน แซนโทนยังคงได้รับความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์ เภสัชกร และบุคคลากรทางการแพทย์ทั่วโลก โดยได้ทำการศึกษาวิจัยคุณสมบัติต่างๆ อย่างต่อเนื่องในแง่มุมใหม่ๆ เช่น การศึกษาเกี่ยวกับผลของแซนโทนต่อระบบภูมิคุ้มกันและ ระบบที่เกี่ยวกับการทำงานของชีวเคมีในร่างกาย

งานวิจัยเกี่ยวกับแซนโทน