รับสมัครตัวแทนจำหน่าย

การเป็นเจ้าของกิจการหรือการเป็นนักธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ มีปัจจัยหลายประการที่ต้องนำมาพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจทำธุรกิจเสมอ ธุรกิจในฝันของทุกคนก็คือ ลงทุนน้อย ได้ผลตอบแทนดี มีความเสี่ยงต่ำ สินค้ายังไม่มีคู่แข่ง ตลาดยังกว้าง สามารถทำไปได้อีกนานในระยะยาว ทำแล้วไม่เหนื่อยมาก แล้วธุรกิจอะไรล่ะที่จะสามารถตอบโจทย์แบบนี้ได้ในเวลานี้

แน่นอนว่าคงไม่ใช่การผลิตอะไรซักอย่าง เพราะเมื่อไหร่ที่มีการผลิตสินค้า เราจะต้องมีเงินลงทุนที่สามารถนำไปซื้อและสต็อควัตถุดิบ เราจะต้องมีสถานที่เก็บวัตถุดิบ เราจะต้องเสียค่าขนส่งวัตถุดิบ เราจะต้องมีการตรวจวัดคุณภาพของวัตถุดิบ นับสต็อควัตถุดิบ จ้างคนงานคัดวัตถุดิบ ซื้อเครื่องจักรแปรรูปวัตถุดิบ แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว นี่แค่การผลิตอย่างเดียว ยังไม่ทันคิดเรื่องระบบบัญชี ระบบการขายการตลาด และอื่นๆอีกมากมาย

จะดีไหมถ้าเราไม่ต้องไปรับความเสี่ยงตรงนั้น เราไม่ใช่ผู้ผลิตแต่เราเป็นแค่ผู้จำหน่าย มีคนผลิตสินค้าให้เรา สต็อคของให้เรา ส่งของให้เรา จัดการดูแลวัตถุดิบให้เรา ควบคุมคุณภาพให้เรา ส่วนเราก็หาตลาด ทำการตลาด รับออร์เดอร์ ดูแลลูกค้า ไม่ต้องเอาเงินไปซื้อสินค้ามาสต็อคกองไว้ที่บ้าน ไม่ต้องวิ่งแบกของไปส่งลูกค้าเอง ถ้าอย่างนั้นเราก็สามารถลดการนำเงินที่ต้องไปซื้อสต็อคสินค้าล่วงหน้า ลดค่าน้ำมันที่ต้องวิ่งไปส่งสินค้าเองอีกด้วย มันก็คงจะดีนะ

ธุรกิจในฝันของทุกคนก็คือ ลงทุนน้อย ได้ผลตอบแทนดี มีความเสี่ยงต่ำ สินค้ายังไม่มีคู่แข่ง ตลาดยังกว้าง สามารถทำไปได้อีกนานในระยะยาว ทำแล้วไม่เหนื่อยมาก

มันจะดีขึ้นไปอีกถ้าเราสามารถทำงานการตลาดผ่านโทรศัพท์ ผ่านไลน์ ผ่านเฟสบุ้ค ผ่านเว็บไซต์ ผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งก็แปลว่าค่าใช้จ่ายเราลดลงมากเลย การตลาดออนไลน์สมัยนี้ก็ทำง่ายมาก เราสามารถควบคุมงบได้ว่าเราจะใช้งบทำการตลาดเท่าไหร่ต่อเดือน เมื่อเราสามารถประมาณการได้ว่าเราต้องลงทุนเท่าไหร่ ทำให้มีความเสี่ยงด้านการลงทุนต่ำ สิ่งสำคัญอันดับต่อไปก็คือ แล้วเราจะขายอะไรดี

สินค้าในตลาดมีมากมายและส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่หาได้ทั่วไป หรือสินค้าที่ลอกเลียนกันมา สินค้าไหนขายดีก็จะมีคนแห่ไปขายเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่เกิดความแตกต่างและทำให้เกิดการตัดราคา สินค้าก็อปปี้ก็มาตัดราคาลงไปอีกทำให้มีคู่แข่งเกิดขึ้นมากมาย ถ้าเราไปขายสินค้าเหล่านี้เราก็คงจะต้องเหนื่อยมากที่จะต้องไปหาวิธีสู้กับคู่แข่งเหล่านั้น ผลตอบแทนก็คงไม่เหลือมากมาย ทำให้เกิดความเสี่ยงที่เราจะล้มเหลวในการลงทุน

สินค้าที่ยากจะเลียนแบบย่อมมีคู่แข่งน้อย หรือถ้ามีคู่แข่ง คุณภาพก็อาจสู้ไม่ได้ หรือต้นทุนสู้ไม่ได้ ในตลาดฟังก์ชั่นนอลดริ้งค์ (functional drink) หรือ เครื่องดื่มที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายด้วยสารอาหาร วิตามิน สมุนไพรต่างๆ เป็นตลาดที่มีมูลหลายหมื่นล้านบาทต่อปี และเป็นสินค้าที่อยู่ในเทรนด์สุขภาพที่ผู้คนเริ่มใส่ใจกันมากขึ้น แน่นอนว่าผู้ผลิตก็มีกันหลายเจ้า เราจะเลือกผู้ผลิตที่มีนวัตกรรมที่แตกต่างอย่างโดดเด่นได้อย่างไร

การเลือกพันธมิตรทางธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าเราเลือกผิดโอกาสที่สินค้าจะถูกเลียนแบบและทำราคาที่ต่ำกว่าก็มีมากขึ้น นิวตร้าซูติคอล (nutraceutical) หรือโภชนบำบัด คือการใช้สารอาหารที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงเพื่อดูแลสุขภาพในระยะยาว เป็นสินค้าที่มีนวัตกรรมเลียนแบบได้ยาก หากเลียนแบบได้ต้นทุนจะสูงมากจนไม่สามารถแข่งขันได้ เรามีพันธมิตรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนิวตร้าซูติคอลมากว่า 15 ปี ส่งออกไป 17 ประเทศทั่วโลก ได้รับมาตรฐาน GMP, HACCP, Halal, Q-Brand และได้รับการพิสูจน์ในห้องทดลองระดับโลกแล้วว่า เป็นเครื่องดื่มที่สกัดจากซุปเปอร์ฟรุ้ตสามารถต้านอนุมูลอิสระได้สูงที่สุดในโลกในขณะนี้ นิวตร้าซูติคอลจึงเหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาให้เป็นสินค้าที่เราน่าลงทุนด้วยมากที่สุด เนื่องจากสินค้าคุณภาพสูง รสชาติอร่อย เลียนแบบยาก คู่แข่งน้อย ราคาสินค้าไม่แพงคนที่รักสุขภาพสามารถซื้อหาได้ คุณภาพคุ้มค่าเกินราคาที่จ่าย มีความต้องการในตลาดสูง และตลาดยังกว้างมาก เรียกง่ายๆสั้นๆว่า มีโอกาสทางธุรกิจสูง และมีความเสี่ยงจากการลงทุนต่ำ

เมื่อเราตัดสินใจได้แล้วว่าจะขายอะไร คำถามต่อไปก็คือ ต้องลงทุนเท่าไหร่ ลงทุนกับอะไรบ้าง แล้วจะคืนทุนเมื่อไหร่

การเป็นตัวแทนจำหน่ายนั้น พูดง่ายๆก็คือ การซื้อมาขายไป ซื้อมาในราคาขายส่ง ขายไปในราคาขายปลีก แล้วมีกำไรส่วนต่างจากการขายเกิดขึ้น เมื่อนำกำไรที่เกิดขึ้นมาหักค่าใช้จ่ายออกไปแล้วเหลือเงินในจำนวนที่เราพอใจ นั่นก็คือธุรกิจที่น่าลงทุน เช่น เดือนนี้มีลูกค้าสั่งสินค้าจำนวน 120,000 บาท เราสั่งสินค้าในราคาขายส่งจำนวน 90,000 บาท เรามีกำไรเกิดขึ้น 30,000 บาท ถ้าเรามีค่าใช้จ่ายค่าอินเตอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ ค่าโปรโมทสินค้าออนไลน์ รวมแล้วประมาณ 10,000 บาท เราก็จะเหลือเงิน 20,000 บาท โดยที่เราไม่ต้องจ่าย 90,000 บาทเพื่อไปซื้อสินค้ามากองไว้ที่บ้านก่อน แล้วรอลูกค้ามาสั่งซื้อค่อยส่งของให้ลูกค้า จะเห็นว่าเงินลงทุนที่แท้จริงของเราคือ 10,000 บาทเท่านั้นเอง ถ้าเรามีกำไร 30,000 บาทเกิดขึ้น ก็แสดงว่าเราคืนทุนเรียบร้อยแล้ว

จะเห็นว่าเงินลงทุนส่วนใหญ่เป็นการลงทุนด้านการตลาด การโปรโมทสินค้า การค้นหาลูกค้า การสร้างลูกค้าขาประจำให้กลับมาซื้อซ้ำ การสร้างลูกค้าที่กินดีแล้วบอกต่อๆกัน เมื่อรวมลูกค้าเก่าที่กลับมาซื้ออย่างต่อเนื่องกับลูกค้าใหม่ที่เข้ามาเพิ่มเติมเรื่อยๆ ก็จะทำให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้น ถ้าเราทำการตลาดให้ดี และควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้สูงเกินไป เราก็จะมีธุรกิจที่ค่อยๆเติบโตและงอกงามตามลำดับ ข้อดีของหน้าร้านออนไลน์นั้นก็คือ ค่าใช้จ่ายน้อย การลงทุนต่ำ เข้าถึงได้ในวงกว้างไม่มีขอบเขตจำกัด เคล็ดลับอยู่ที่การใช้เครื่องมือทำการตลาดออนไลน์ให้เป็น และทำให้ร้านเราดูน่าเชื่อถือ ดูแล้วไม่โกงลูกค้าอย่างแน่นอนอันนี้คือหัวใจสำคัญ

ต้องลงทุนเท่าไหร่ ลงทุนกับอะไรบ้าง แล้วจะคืนทุนเมื่อไหร่

นอกจากหน้าร้านออนไลน์แล้ว เรายังสามารถเปิดหน้าร้านจริงๆเพื่อเป็นสถานที่แนะนำและขายปลีกสินค้าได้อีกด้วย โดยบริษัทจะมีการช่วยออกแบบหน้าร้านให้สวยงามและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ถ้าเรามีทำเลดีๆที่เหมาะสมก็สามารถขยายสาขาออกไปได้โดยไม่มีข้อจำกัด ทั้งนี้การลงทุนในการทำหน้าร้านจะไม่สูงมากเพื่อช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ ช่วยให้การเป็นเจ้าของกิจการทำได้ง่ายขึ้นและคืนทุนในเวลาอันสั้น

ในระยะแรกต้นทุนในการค้นหาลูกค้าใหม่อาจสูงมาก จนทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำ หรืออาจจะขาดทุนในระยะแรก จึงจำเป็นจะต้องมีทุนสำรองอยู่จำนวนหนึ่งเพื่อรองรับการเริ่มต้นธุรกิจ สิ่งที่จะต้องรีบทำคือการติดตามลูกค้าใหม่เหล่านั้นให้กลายเป็นลูกค้าขาประจำเพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง หากเรามีลูกค้าขาประจำแล้ว ต้นทุนในการรักษาลูกค้าขาประจำจะไม่สูงมาก ต้นทุนเหล่านี้ก็เช่น การโทรศัพท์ติดตาม ส่งอีเมล์ หรือส่งไลน์เพื่อให้ข่าวสารใหม่ๆ และเพื่อเป็นการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า (customer relationship management: CRM) ก็จะทำให้ต้นทุนในการดูแลลูกค้าต่ำลง ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนสูงขึ้น

ช่วงแรกจึงเป็นช่วงที่จะต้องทำงานหนักเป็นพิเศษในการค้นหาลูกค้าให้เจอ และทำให้ลูกค้าตัดสินใจใช้สินค้า จนรักสินค้าและใช้เป็นประจำกลายมาเป็นลูกค้าขาประจำกับเรา และผลตอบแทนจากการลงทุนจะสูงขึ้นไปอีก ถ้าลูกค้าขาประจำท่านนั้นนำเรื่องราวดีๆของการใช้สินค้าไปบอกต่อให้กับคนอื่นๆ เท่ากับต้นทุนในการค้นหาลูกค้าใหม่ของเราลดลงเพราะมีผู้ช่วยค้นหาให้เราเพิ่มขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าถ้าคนอื่นๆเหล่านั้นมาซื้อสินค้ากับเรา ก็จะทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนของเราสูงขึ้น

เคล็ดลับจึงอยู่ที่ทำอย่างไรจะมีลูกค้าขาประจำให้เร็วที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีลูกค้าขาประจำ 10 คน แต่ละคนพาเพื่อนมาซื้อกับเราอีก 10 คน เราก็จะมีลูกค้าใหม่ 100 คน โดยต้นทุนในการค้นหาลูกค้าใหม่ของเราเกือบจะเป็นศูนย์ เพราะ 100 คนนี้มีคนช่วยหาให้ เราจึงมีต้นทุนแค่การดูแลลูกค้าขาประจำ 10 คน ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนของเราสูงขึ้น สิ่งที่เราต้องทำต่อไปคือพยายามทำให้ลูกค้าใหม่ 100 คนกลายเป็นลูกค้าขาประจำ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เรามีการเติบโตในธุรกิจและผลตอบแทนจากการลงทุนของเราสูงขึ้นไปอีก

หัวใจสำคัญหลังจากที่เราตัดสินใจเลือกสินค้าที่จะขาย และรู้งบประมาณการลงทุนคร่าวๆแล้ว สิ่งที่เราจะต้องค้นหาให้เจอก็คือ ลูกค้าของเราคือใคร ลูกค้าของเราอยู่ที่ไหน ลูกค้าของเราต้องการอะไร นั่นก็คือการตลาดนั่นเอง

การตลาด (Marketing) อาจจะทำได้โดยหลายวิธี ทั้งการใช้สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์แบบออฟไลน์และออนไลน์ แต่สื่อที่ดีที่สุดก็คือตัวเราเอง การที่ตัวเราเองเป็นผู้ใช้สินค้าจนเกิดความมั่นใจ เวลาที่เราออกไปโฆษณาประชาสัมพันธ์หรือบอกเล่าเรื่องราวดีๆให้กับคนอื่น เราก็จะสามารถพูดได้เต็มปากด้วยความมั่นใจว่าสินค้าของเราดีอย่างไร รสชาติเป็นอย่างไร ดื่มแล้วรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงหรือมีผลลัพธ์เป็นอย่างไร ถ้าตัวเราเองยังไม่เคยใช้สินค้า เราก็ไม่สามารถไปบอกคนอื่นต่อได้หรือพูดได้ไม่เต็มปาก เราสามารถที่จะบอกเล่าเรื่องราวดีๆผ่านเว็บไซต์ เฟสบุ้ค ไลน์ อินสตาแกรม หรือออกไปเจอผู้คน ออกรายการทีวี วิทยุ หรือสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ใบปลิว จดหมาย รถแห่ สติ๊กเกอร์ติดท้ายรถ ป้ายโฆษณารายทาง ก็แล้วแต่งบประมาณของเรา

ตลาดของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างมาก วงการแพทย์ตื่นตัวและให้ความสนใจการชะลอวัย หรือลดความเสื่อมเซลล์โดยเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา คนมีความตระหนักเรื่องการป้องกันและดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น มีการแบ่งงบประมาณมาดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้น ตลาดสารต้านอนุมูลอิสระจึงมีแนวโน้มเติบโตสูงมากขึ้น และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องไปอีกนาน มีการค้นพบและทุ่มเทงานวิจัยเพื่อค้นหาสารสำคัญจากธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันมีการพัฒนาเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมการสกัดสารสำคัญจากธรรมชาติออกมาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด รวมถึงแข่งขันกันเรื่องวิวัฒนาการการพาสารอาหารเข้าสู่ร่างกาย

ลูกค้าของเราคือใคร ลูกค้าของเราอยู่ที่ไหน ลูกค้าของเราต้องการอะไร

การแข่งขันในตลาดของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทต่อปี สินค้ามีตั้งแต่ชาเขียวชงใส่น้ำตาลใส่ขวดขายราคาถูกแต่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ไปจนถึงซุปไก่ รังนก ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายน้อยแต่ราคาแพง รวมไปถึงเครื่องดื่มผสมสมุนไพร ผักหรือผลไม้ต่างๆ เช่น โสม ตังกุย ถั่งเช่า เห็ดสกัด ฟักข้าว ทุเรียนเทศ ใบย่านาง เบอร์รี่ พรุน ทับทิม มังคุด ฯลฯ จะเห็นว่าแนวโน้มการสกัดสารสำคัญจากพืชจะเพิ่มมากขึ้น เพรากระแสคนบริโภคเนื้อสัตว์น้อยลง และเนื้อสัตว์ที่มาจากการตุ๋นนานๆ คุณค่าสารอาหารลดลง และเกิดสารก่อมะเร็งได้ง่าย จึงหันมาเพิ่มสารสกัดจากพืชที่มีสารต้านอนุมูลอิสระหรือใส่สารอาหารและวิตามินตามกระแสคนรักสุขภาพ ยังไม่รวมกระแสเครื่องดื่มคอลลาเจนที่มีประโยชน์น้อยแต่เป็นแฟชั่นที่วัยรุ่นและวัยทำงานที่เป็นผู้หญิงชอบดื่มกันตามกระแส

เนื่องจากผู้บริโภคสมัยนี้เข้าถึงแหล่งความรู้ต่างๆได้ง่าย ผู้บริโภคจึงรู้จักฉลาดเลือกไม่ได้เห่อไปตามกระแส ไม่ไปซื้อของแพงแต่คุณค่าน้อย หรือซื้อของถูกแต่ไม่มีมาตรฐานที่จะวัดคุณค่าของสินค้าได้เลยว่ามีคุณภาพคุ้มค่าสมราคาหรือไม่ ดังนั้น การแข่งขันในการทำตลาดจึงไม่ใช่การแข่งขันในเรื่องของการทำโฆษณาที่ดูเว่อร์เกินจริง แต่เป็นการแข่งขันในการให้ข้อเท็จจริงที่ไม่หลอกลวงผู้บริโภคมากกว่า ผู้บริโภคที่รู้เท่าทันจึงไม่ตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาเกินจริง ซึ่งในที่สุดก็จะกลับมาทำลายความน่าเชื่อถือของบริษัทและสินค้า ทำให้ต้องออกจากตลาดไปในที่สุด

ตลาดเครื่องดื่มน้ำซุปเปอร์ฟรุ้ตสกัดต้านอนุมูลอิสระ มีตำแหน่งการตลาดของสินค้าที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร เกรดของสินค้าอยู่ในระดับพรีเมี่ยม รสชาติอร่อยมากไม่ต้องปิดจมูกเพื่อดื่ม เป็นนวัตกรรมที่เลียนแบบยากในการที่จะสกัดสารสำคัญให้ออกมาในปริมาณมากๆ แล้วสามารถที่จะเก็บไว้เป็นปีโดยไม่เสื่อมคุณภาพโดยไม่เติมสารกันบูด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทุกๆขวดมีปริมาณสารสำคัญจากธรรมชาติคงที่เท่าๆกันทุกขวด ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของการผลิตที่ทันสมัย สามารถวัดได้ว่าสิ่งที่สกัดออกมาจากธรรมชาติคือสารออกฤทธิ์ตัวไหน และมีปริมาณเท่าไหร่ ซึ่งส่วนมากแล้วเครื่องดื่มสกัดจะใช้การประมาณการจากความเข้มข้น เนื่องจากแต่ละฤดูกาลพืช ผัก ผลไม้จะมีรสชาติ เนื้อ สี กลิ่น เปลี่ยนไปทุกฤดู แต่เครื่องดื่มน้ำซุปเปอร์ฟรุ้ตสกัดต้านอนุมูลอิสระสามารถทำให้ทุกขวดมีปริมาณสารสำคัญเท่ากันได้ ก็เพราะเทคโนโลยีการผลิตและการวัดปริมาณสารสำคัญที่ทันสมัย โดยองค์ความรู้นี้ใช้ระยะเวลาในการพัฒนามากกว่า 15 ปีทำให้เลียนแบบได้ยาก และความสามารถในการสกัดสารสำคัญออกมาแล้ววัดค่าการต้านอนุมูลอิสระที่สูงที่สุดในขณะนี้ ยังไม่มีใครเลียนแบบได้

ธุรกิจจะน่าลงทุนหรือไม่ สามารถวัดจากผลตอบแทนจากการลงทุน (return on investment: ROI) ถ้าผลตอบแทนน้อยไม่คุ้มค่า กว่าจะทำกำไรได้ใช้ระยะเวลานานเกินไปย่อมเป็นธุรกิจที่ไม่น่าลงทุนด้วย ต้นทุนของการลงทุนที่มากที่สุด ก็คือการค้นหาลูกค้าใหม่ ซึ่งเป็นต้นทุนที่มากที่สุดในบรรดาต้นทุนอื่นๆ ถ้าสามารถควบคุมต้นทุนนี้ให้ดีก็จะเหลือผลตอบแทนมากขึ้น

ตามที่ได้ยกตัวอย่างเอาไว้ว่า เดือนนี้มีลูกค้าสั่งสินค้าจำนวน 120,000 บาท เราสั่งสินค้าในราคาขายส่งจำนวน 90,000 บาท เรามีกำไรเกิดขึ้น 30,000 บาท ถ้าเรามีค่าใช้จ่ายค่าอินเตอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ ค่าโปรโมทสินค้าออนไลน์ รวมแล้วประมาณ 10,000 บาท เราก็จะเหลือเงิน 20,000 บาทซึ่งเป็นผลตอบแทนจากการลงทุน จะเห็นว่าถ้าเราสามารถควบคุมต้นทุนนี้ให้เหลือเพียง 5,000 บาท ผลตอบแทนจากการลงทุนของเราก็จะมากขึ้นเป็น 25,000 บาท หากเราทำการเปิดหน้าร้านก็ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเช่า ค่าพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟ หากเราไม่ได้เปิดหน้าร้านแต่ใช้วิธีออกบู้ทตามงานอีเว้นต์ต่างๆ หรือใช้วิธีเดินทางไปพบปะลูกค้าตามสถานที่ต่างๆก็ต้องคำนึงถึงค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าอาหารอีกด้วย

ดังนั้น ผลตอบแทนจากการลงทุนจึงอาจจะกล่าวได้ว่า ขึ้นอยู่กับอัตราเร็วของการค้นหาลูกค้าใหม่แล้วเปลี่ยนให้เป็นลูกค้าขาประจำ โดยให้มีต้นทุนค่าใช้จ่ายให้ต่ำที่สุด เช่น ต้นทุนในการค้นหาลูกค้าใหม่ต่อรายเท่ากับ 1,000 บาทต่อเดือน (ค่าน้ำมัน ค่าอาหาร ค่าโฆษณา ฯลฯ) ในเดือนนั้นหาได้ 10 ราย แสดงว่าเรามีต้นทุนค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 10,000 บาท ใน 10 รายนั้นซื้อสินค้าคนละ 2,400 บาท เรามีรายได้ 24,000 บาท หักต้นทุนสินค้า 18,000 บาท แสดงว่ากำไร 6,000 บาท แต่เรามีต้นทุนในการค้นหาลูกค้าใหม่อีก 10,000 บาท แสดงว่าเราขาดทุนอยู่ 4,000 บาท

แต่เดือนต่อไปลูกค้า 10 รายนี้กลับมาซื้อซ้ำอีกคนละ 2,400 บาท เรามีรายได้ 24,000 บาทอีก คราวนี้เราไม่มีต้นทุนในการค้นหาลูกค้าเหมือนเดือนที่แล้วอีกเพราะกลายเป็นขาประจำไปแล้ว เราก็จะมีกำไรเต็มที่ 6,000 บาท ถ้านำไปลบจากการขาดทุนเมื่อเดือนที่แล้ว 4,000 บาท ก็แสดงว่ามีกำไรแล้ว 2,000 บาท แต่ในเดือนนี้ลูกค้า 10 รายนี้พาลูกค้าใหม่มาให้อีกคนละ 10 รายเป็น 100 ราย ถ้าซื้อคนละ 2,400 บาท เรามีรายได้ 240,000 บาทโดยที่เราไม่มีต้นทุนในการค้นหาลูกค้าใหม่ มีแต่ต้นทุนสินค้า 180,000 บาท เหลือกำไรเต็มๆ 60,000 บาท บวกกำไร 2,000 บาท เราก็จะมีรายได้รวม 62,000 บาท (ต้นทุนคือ 10,000 บาทในเดือนที่แล้ว)

roi

เมื่อเราได้ปัจจัยทั้งในส่วนของต้นทุนและรายรับมาแล้วก็มาถึงวิธีการคำนวณเพื่อหาค่าตอบแทนจากการลงทุน โดยให้นำปัจจัยทั้ง 2 ส่วนที่ได้มาแทนค่าด้วยหลักสมการด้านบน คือ ให้นำรายรับมาลบด้วยต้นทุนได้ผลลัพธ์เท่าไหร่ให้นำมาหารด้วยต้นทุนอีกหนึ่งครั้งแล้วนำไปคูณด้วย 100 อาทิ จากตัวอย่างรายรับทั้ง 2 เดือนอยู่ที่ 24,000 + 24,000 + 240,000 = 288,000 บาท และมีต้นทุนสินค้าอยู่ที่ 18,000 + 18,000 + 180,000 บาท และต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ 10,000 บาท รวมต้นทุน 226,000 บาท เมื่อนำมาแทนค่าตามสมการจะได้

288,000 – 226,000 = 62,000 บาท

แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้ไปหารด้วยต้นทุนอีกหนึ่งครั้ง

62,000 / 226,000 = 0.27

จากนั้นนำผลลัพธ์ในขั้นตอนนี้ไปคูณด้วย 100 อีกหนึ่งครั้ง ผลลัพธ์ที่ได้ในขั้นตอนสุดท้ายก็คือเปอร์เซ็นต์เฉลี่ยค่าตอบแทนจากการลงทุนหรือที่เรียกว่า ROI นั่นเอง

0.27 x100 = 27 %

จะเห็นได้ว่าเปอร์เซ็นต์ค่าเฉลี่ยจากการคำนวณค่าการตอบแทนจากการลงทุนทำธุรกิจ 2 เดือนนี้มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 27% ค่า ROI ยิ่งสูงจะยิ่งมีความคุ้มค่าต่อการน่าลงทุน โดยการเพิ่มค่า ROI มีอยู่ 2 วิธีเท่านั้น คือ ต้องลดต้นทุนให้ต่ำลงอีก หรือ ไม่งั้นก็เพิ่มรายรับให้เพิ่มสูงขึ้น จึงจะเป็นวิธีการเพิ่มค่า ROI ให้เพิ่มสูงขึ้นได้ ซึ่งทางบริษัทก็ได้มีแนวทางในการลดต้นทุนสินค้า และเพิ่มโบนัสพิเศษต่างๆเป็นการเพิ่มรายรับให้กับนักธุรกิจ เพื่อให้ผลตอบแทนการลงทุนคุ้มค่ามากขึ้นไปอีก

บริษัทได้จัดเตรียมคอร์สอบรมสำหรับพัฒนานักธุรกิจรุ่นใหม่ เพื่อให้สามารถเข้าใจในการประกอบธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว และเพื่อได้ฝึกการใช้เครื่องมือต่างๆที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจ โดยท่านจะได้เรียนรู้และเข้าใจทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติในหัวข้อต่อไปนี้

เนื้อในการฝึกอบรม(Training)

1. สินค้าและปรัชญาการออกแบบสินค้า
2. การวิเคราะห์และเจาะลึกคู่แข่ง
3. การตลาดเชิงกลยุทธ์
4. การสื่อสารการตลาดแบบออฟไลน์และออนไลน์
5. ระบบการสั่งซื้อ และการชำระเงิน
6. การบริหารรายได้
7. การทำโปรโมชั่น
8. การติดตามลูกค้า
9. การใช้งานระบบ Online
10. การรับประกันความสุข
11. การส่งเสริมการตลาด
12. การสร้างทีมขายและการบริหารทีมขาย
13. การบริหารเงินสด
14. การบริหารสต๊อกสินค้า
15. การบริหารบัญชี

บริษัทจะมีตารางการฝึกอบรมล่วงหน้า กรุณาติดต่อขอรายละเอียดและจองเข้ารับการฝึกอบรมในวันและเวลาที่ท่านสะดวก

 

ทำไมต้อง NUTRA2YOU

ธุรกิจในฝันของทุกคนก็คือ ลงทุนน้อย ได้ผลตอบแทนดี มีความเสี่ยงต่ำ สินค้ายังไม่มีคู่แข่ง ตลาดยังกว้าง สามารถทำไปได้อีกนานในระยะยาว ทำแล้วไม่เหนื่อยมาก
ลงทุนน้อย คืนทุนไว กำไรเยอะ ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ แบบง่ายๆ แค่เพียงทานดีแล้วบอกต่อก็จะมีรายได้ สุขภาพดี และมีรายได้ ที่ นิวตร้าทูยูค่ะ www.nutra2you.com